ไวน์แดง
Uncategorized

ไวน์แดงยี่ห้อไหนดี ที่ควรมีติดบ้านไว้

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

 

แนะนำไวน์แดง Top 10 ไวน์แดงยี่ห้อไหนดี ที่ควรมีติดบ้านไว้

“ไวน์แดง” เป็นเครื่องดื่มอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากนักดื่มที่ชื่นชอบการดื่มไวน์เป็นอย่างมาก เพราะว่าไวน์แดงนั้นมีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่มีเอกลักษณ์ มีให้เลือกหลากหลายสไตล์ และที่สำคัญ คือ สามารถดื่มได้ง่าย และสามารถหาซื้อได้ง่าย นอกจากนั้นยังสามารถนำไปดื่มในช่วงโอกาสพิเศษต่างๆ ได้ทุกโอกาส สร้างบรรยากาศสุดพิเศษให้กับมื้ออาหาร หรือดื่มแบบชิลๆ เพื่อพักผ่อนสบายๆ ที่บ้านก็ได้ แถมยังสามารถซื้อเป็นของขวัญ ของฝาก หรือซื้อมาดื่มเองก็ได้เช่นกัน แต่ว่าในปัจจุบันนั้นมีไวน์แดงให้นักดื่มได้เลือกดื่มกันหลากหลายยี่ห้อ อาจทำให้นักดื่มมีความลังเลว่าควรเลือกดื่มไวน์แดงยี่ห้อไหนดี ดังนั้น ในบทความนี้ก็จะมาแนะนำ TOP 10 ไวน์แดงยี่ห้อไหนดี ที่ควรมีติดบ้านไว้ พร้อมพานักดื่มไปทำความรู้จักกับไวน์โลกเก่า และไวน์โลกใหม่ เพื่อรู้ถึงความแตกต่างกันของไวน์ทั้ง 2 แบบ และจะได้เลือกดื่มไวน์แดงยี่ห้อไหนดีตรงกับสไตล์การดื่มของตัวเองมากที่สุด

1. ไวน์โลกเก่า VS ไวน์โลกใหม่ มีความแตกต่างกันอย่างไร?

สำหรับประเภทของไวน์นั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ ไวน์โลกเก่า และไวน์โลกใหม่ ที่จะมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฐานการผลิต การเพาะปลูกองุ่น สายพันธุ์องุ่นที่ใช้ กระบวนการผลิต ความเข้มข้น รสชาติ รสสัมผัส กลิ่น หรือระดับแอลกอฮอล์ ที่ล้วนแต่เป็นสิ่งที่สามารถส่งผลต่อเอกลักษณ์ของไวน์แต่ละยี่ห้อ และแต่ละรุ่นได้ ดังนั้น ในหัวข้อนี้จึงจะพานักดื่มไปดูกันว่าระหว่างไวน์โลกเก่า และไวน์โลกใหม่นั้นคืออะไร และมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง เพื่อให้นักดื่มได้เลือกดื่มไวน์ที่สามารถตอบโจทย์สไตล์การดื่มได้ดีมากขึ้น ดังนี้

1.1 ไวน์โลกเก่า

ไวน์โลกเก่า หรือ Old World Wine เป็นไวน์ที่ถูกผลิตขึ้นในประเทศแถบยุโรป เช่น ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมนี โปรตุเกส หรือออสเตรีย เป็นต้น โดยไวน์โลกเก่านั้นมีการผลิตมานานกว่า 5 ทศวรรษ และจะมีกระบวนการผลิตที่มีความดั้งเดิม ที่ยึดมั่นในประเพณี และวัฒนธรรมต่างๆ รวมถึงยังมีความเคร่งครัดในเรื่องของการเพาะปลูกองุ่น และสายพันธุ์องุ่นที่นำมาใช้ในการผลิตไวน์ด้วย ทำให้ไวน์โลกเก่านั้นมีสไตล์ของไวน์ที่มีความดั้งเดิม และก็ส่งต่อกระบวนการผลิตที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของไวน์โลกเก่าให้กับรุ่นลูก รุ่นหลาน เพื่อสืบทอดเอกลักษณ์ในการผลิตไวน์โลกเก่าของแต่ละแหล่งผลิตให้ยังคงอยู่ต่อจนถึงในปัจจุบัน ซึ่งในส่วนของรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นของไวน์โลกเก่านั้นจะมีความเข้มข้น ความหอมหวาน และระดับของแอลกอฮอล์น้อยกว่าไวน์โลกใหม่ แต่จะมีกลิ่นอายของไวน์โลกเก่าที่สะท้อนถึงแหล่งเพาะปลูกองุ่น และแหล่งผลิตได้เป็นอย่างดี

1.2 ไวน์โลกใหม่ 

ไวน์โลกใหม่ หรือ New World Wine เป็นไวน์ที่ถูกผลิตขึ้นในประเทศอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในแถมบยุโรป เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ชิลี หรือญี่ปุ่น เป็นต้น โดยไวน์โลกใหม่นั้นมีการผลิตมาน้อยกว่า 5 ทศวรรษ และมีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยในกระบวนการผลิต ตั้งแต่การปลูกองุ่นไปจนถึงขั้นตอนการผลิตไวน์ และยังคงใช้สายพันธุ์องุ่นที่มาจากแถบยุโรป และในขณะเดียวกันก็มีการผสมสายพันธุ์องุ่น เพื่อให้องุ่นสายพันธุ์ใหม่ที่เหมาะสมต่อสภาพดิน และภูมิอากาศในแต่ละแหล่งเพาะปลูกมาขึ้น ถึงแม้ว่าจะเป็นสายพันธุ์เดียวกัน แต่ด้วยกระบวนการผลิตไวน์โลกใหม่นั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทำให้รสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นของไวน์โลกใหม่นั้นมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ต่างจากไวน์โลกเก่าที่มีจะมีกระบวนการผลิตแบบดั้งเดิม ทำให้รสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นเหมือนสไตล์ดั้งเดิมเหมือนกัน ซึ่งในส่วนของรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นของไวน์โลกเก่านั้นจะมีความเข้มข้น มีความหอมหวาน และระดับแอลกอฮอล์สูงกว่าไวน์โลกเก่า แต่ว่าในเรื่องของกลิ่นอายที่สะท้อนถึงแหล่งเพาะปลูก และแหล่งผลิตยังไม่สามารถเทียบเท่าไวน์โลกเก่าได้

2. Top 10 ไวน์แดงยี่ห้อไหนดี? ที่นักดื่มควรมีติดบ้านไว้

หลังจากทำความรู้จักกับไวน์โลกเก่า และไวน์โลกใหม่กันไปแล้วว่ามีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง อาจทำให้นักดื่มสามารถแยกไวน์โลกเก่า และไวน์โลกใหม่ได้ในเบื้องต้นได้ ดังนั้น ในหัวข้อนี้ก็จะมาแนะนำไวน์แดงที่มีทั้งไวน์โลกเก่า และไวน์โลกใหม่ที่มีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่มีความพรีเมียมเป็นเอกลักษณ์ และเป็นที่นิยมของเหล่านักดื่มที่ชื่นชอบการดื่มไวน์แดง โดย TOP 10 ไวน์แดงยี่ห้อไหนดี ที่นักดื่มควรมีติดบ้านไว้ มีดังนี้

2.1 Robert Mondavi Private Selection

ไวน์แดง

Robert Mondavi Private Selection เป็นไวน์แดงที่ผลิตขึ้นในเมืองมอนเทอร์เรย์ บริเวณชายฝั่งตอนกลางของรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และผลิตภายใต้แบรนด์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่าง Robert Mondavi ซึ่งได้รับการออกแบบไวน์จากนักปรุงไวน์ที่มีชื่อเสียงแห่ง Napa Valley ที่มีการออกแบบให้รสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นของ Robert Mondavi Private Selection นั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะ โดย Robert Mondavi Private Selection ผลิตมาจากองุ่นสายพันธุ์ Cabernet Sauvignon ที่เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเพียงสายพันธุ์เดียวเท่านั้น โดย Robert Mondavi Private Selection นั้นจะหมักบ่มในถังโอ๊คอเมริกาชั้นดีที่ใช้ในการหมักวิสกี้เบอร์เบิ้น ส่งผลให้ Robert Mondavi Private Selection มีกลิ่นอายของวิสกี้เบอร์เบิ้นผสมผสานอยู่ด้วย และส่งผลให้ Robert Mondavi Private Selection มีสีแดงเข้มคล้ายกับสีทับทิม มีระดับของปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ 14% และในส่วนของรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นนั้นจะเปิดมาด้วยหอมหวานขององุ่นสายพันธุ์ Cabernet Suavignon และความหอมหวานจากผลไม้สีดำ และผลไม้สีแดงอย่างแบล็คเบอร์รี บลูเบอร์รี พลัม และเชอร์รี  ตามมาด้วยความหอมละมุนจากวานิลลา โอ๊ค กาแฟ และเฟรนช์โทสต์ ปิดท้ายด้วยความเข้มข้นจากยาสูบ และพริกไทยดำ เหมาะสำหรับการดื่มคู่กับเมนูอาหารอย่างซี่โครงย่างรมควัน พาสต้า สปาเก็ตตี้ แฮม หรือขนมปัง และด้วยความพรีเมียมของ Robert Mondavi Private Selection ที่มีราคาดี สามารถหาซื้อได้ง่าย ดังนั้น ถ้าหากนักดื่มไม่รู้ว่าควรซื้อไวน์แดงยี่ห้อไหนดี Robert Mondavi Private Selection ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียว

> ดูสินค้าไวน์ Robert Mondavi เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย

2.2 Robert Mondavi Napa Valley

ไวน์แดง

Robert Mondavi Napa Valley เป็นไวน์แดงที่ผลิตภายใต้แบรนด์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่าง Robert Mondavi และผลิตขึ้นใน Napa Valley ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอีก 1 แหล่งผลิตไวน์ที่ดีที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และยังได้รับการออกแบบไวน์ให้ Robert Mondavi Napa Valley มีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่มีความคลาสสิกเป็นเอกลักษณ์ ที่นักดื่มสามารถสัมผัสได้ถึงรายละเอียดต่างๆ ทันทีที่เปิดดื่ม แบบไม่ต้องเก็บไว้เป็นเวลานาน โดย Robert Mondavi Napa Valley ผลิตมาจากองุ่นทั้งหมด 7 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ Cabernet Sauvignon, สายพันธุ์ Merlot, สายพันธุ์ Petit Verdot, สายพันธุ์ Cabernet Franc, สายพันธุ์ Malbec และสายพันธุ์ Syrah ที่จะต้องผ่านการเพาะปลูก และเก็บเกี่ยวจาก Oakville และ Wappo Hill เท่านั้น และจะต้องนำมาคัดเลือกผลองุ่นอีกครั้ง เพื่อใฟ้ได้องุ่นที่เหมาะสมต่อการผลิต Robert Mondavi Napa Valley มากที่สุด แล้วจึงค่อยนำไปหมักบ่มในถังโอ๊คของทางแบรนด์ Robert Mondavi เป็นระยะเวลานานถึง 18 เดือน เพื่อให้ Robert Mondavi Napa Valley ที่มีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่มีความพรีเมียม มีสีแดงเข้มสวยงามคล้ายกับสีทับทิม มีระดับของปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ 14% และในส่วนของรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นนั้นจะเปิดมาด้วยหอมหวานขององุ่นนานาพันธุ์  ตามมาด้วยความหอมจากผลไม้สีดำสุกอย่างแบล็คเบอร์รี บลูเบอร์รี และพลัม ปิดท้ายด้วยช็อคโกแลต และสมุนไพรแบบเจือจาง เหมาะสำหรับการดื่มคู่กับอาหารที่มีส่วนประกอบหลักเป็นเนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อสัตว์แปรรูปประเภทเนื้อหมัก (Cured Meat) เช่น ไส้กรอก แฮม หรือเบคอน รวมถึงชีสเนื้อแข็ง เช่น เชดด้าชีส พาร์เมซานชีส และด้วยความพรีเมียมที่ของ Robert Mondavi Napa Valley จึงทำให้เป็นอีก 1 ไวน์แดงที่ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับนักดื่มที่เลือกไม่ถูกว่าควรเลือกไวน์แดงยี่ห้อไหนดี

> ดูสินค้าไวน์ Robert Mondavi Napa Valley เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย

2.3 Escudo Rojo

ไวน์แดง

Escudo Rojo เป็นไวน์แดงที่ผลิตขึ้นในเมืองซันติอาโก ประเทศชิลี ที่ถือกำเนิดขึ้นในปีค.ศ. 1999 และผลิตภายใต้แบรนด์ผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกอย่าง Baron Philippe de Rothschild ที่มีทั้งความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในการผลิตไวน์มาอย่างยาวนาน โดยสาเหตุที่ทางแบรนด์ Baron Philippe de Rothschild เลือกฐานผลิตที่ประเทศชิลีนั้นมาจากสภาพภูมิอากาศ และสภาพพื้นดินที่ดีต่อการเพาะปลูกองุ่น ทำให้ Escudo Rojo เป็นไวน์แดงที่เป็นลูกผสมระหว่างไวน์โลกเก่า และไวน์โลกใหม่ และมีชื่อว่า  Escudo Rojo ที่เป็นภาษาสเปนของคำว่า Rothschild นั่นเอง โดย Escudo Rojo นั้นผลิตมาจากองุ่น 4 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ Cabernet Sauvignon, สายพันธุ์ Cabernet Franc, สายพันธุ์ Caemenere และสายพันธุ์ Syrah และจะใช้องุ่นสายพันธุ์ Cabernet Sauvignon เป็นสายพันธุ์หลักที่ใช้ในการผลิต ซึ่งองุ่นทึกสายพันธุ์ที่นำมาผลิต Escudo Rojo จะต้องทำการเก็บเกี่ยวในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์จนถึงกลางเดือนพฤษภาคมเท่านั้น และจะเลือกใช้เฉพาะผลองุ่นที่สุก เพื่อนำไปหมักลงในถังไม้โอ๊คที่มีอายุ 1 ปี และใช้ระยะเวลาในการหมักบ่มประมาณ 8 เดือน เพื่อให้ได้ Escudo Rojo ที่มีสีแดงเข้มสวยงาม มีระดับของปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ 14% มีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่เปิดมาด้วยความหอมหวานของผลไม้ตระกูลเบอร์รีอย่างสตรอเบอร์รี เชอร์รี และแบล็คเคอแรนท์ ตามมาด้วยกลิ่นของวานิลลา ช็อคโกแลต คาราเมล และอัลมอนด์ พร้อมกับปิดท้ายด้วยความหอมฉุนที่แฝงความเผ็ดเล็กน้อยจากพริกไทย และเครื่องเทศต่างๆ เหมาะสำหรับการดื่มคู่กับอาหารที่มีส่วนประกอบหลักเป็นเนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อไก่ หรือเนื้อเป็ด ดังนั้น ถ้าหากนักดื่มที่ชื่นชอบทั้งไวน์โลกเก่า และไวน์โลกใหม่ แต่ไม่รู้จะเลือกไวน์แดงยี่ห้อไหนดี Escudo Rojo ก็ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีเลยทีเดียว

> ดูสินค้าไวน์ Escudo Rojo เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย

2.4 Château d’Armailhac

ไวน์แดง

Château d’Armailhac หรือไวน์แดงที่นักดื่มหลายๆ คนรู้จักกันในชื่อว่า “ไวน์ตุ๊กตาเดี่ยว” เป็นไวน์แดงที่ผลิตภายใต้แบรนด์ Baron Philippe de Rothschild ที่เป็นแบรนด์ชื่อดังแห่งเมือง Pauillac แคว้นบอร์กโดซ์ ประเทศฝรั่งเศส โดยเดิมที Chateau D’Armailhac มีชื่อเดิมว่า Mouton D’Armailhac เป็นของ 2 พี่น้องนักเดินเรือที่มีชื่อว่า Dominique Armailhac และ Guilhem Armailhac และได้วางจำหน่ายในปีค.ศ. 1740 แต่ก็ไม่ได้รับกระแสการตอบรับที่ดีนัก ทำให้ทั้ง 2 พี่น้องมีหนี้สินจำนวนมาก และได้ขายกิจการให้กับ Baron Philippe de Rothschild ประมาณปีค.ศ. 1844 หลังจากนั้นก็ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น Chateau D’Armailhac พร้อมกับได้รับการปรับปรุง และพัฒนา จนได้ Chateau D’Armailhac ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในปัจจุบัน โดย Chateau D’Armailhac ผลิตมาจากองุ่นทั้งหมด 4 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ Cabernet Sauvignon, สายพันธุ์ Merlot, สายพันธุ์ Cabernet Franc และสายพันธุ์ Petit Verdot ที่ปลูกในเมืองบอร์กโดซ์ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการปลูกองุ่น ผ่านการเก็บเกี่ยวที่มีความพิถีพิถัน และจึงนำมาหมักบ่มในถังแสตนเลสที่มีการควบคุมอุณหภูมิก่อน แล้วจึงนำไปหมักบ่มต่ออีก 16 เดือนในถังไม้โอ๊คชั้นดี จนได้ Château d’Armailhac นั้นมีรสชาติ และกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ซึ่ง Château d’Armailhac นั้นก็จะมีหลายรุ่นให้เลือกดื่มกัน ไม่ว่าจะเป็นรุ่นปี 2005, 2016 และ 2018 โดยแต่ละรุ่นก็จะมีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่แตกต่างกันไป แต่จะมีเอกลักษณ์เดียวกัน นั่นก็คือ ความวินเทจ และในแต่ละวินเทจนั้นก็มีความโดดเด่นที่แตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่นั้นจะมีสีแดงเข้มสวยงาม มีความรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่มีความหอมหวานของเหล่าผลไม้นานาชนิด ผลไม้ตระกูลเบอร์รี เครื่องเทศ และสมุนไพรต่างๆ เหมาะกับการดื่มคู่กับอาหารที่มีส่วนประกอบหลักเป็นเนื้อวัว หรือเนื้อแกะ ที่ผ่านกรรมวิธีในการปรุงสุกด้วยการอบ ตุ๋น หรือย่าง รวมถึงอาหารที่มีชีสเนื้อแข็งเป็นส่วนประกอบ เช่น เชดด้าชีส พาร์เมซานชีส เป็นต้น ดังนั้น ถ้าหากนักดื่มคนไหนที่ชื่นชอบการดื่มไวน์แดง และไม่รู้จะซื้อไวน์แดงยี่ห้อไหนดีมาเพิ่มไว้ในตู้ที่บ้าน ต้องห้ามพลาดที่จะซื้อ Château d’Armailhac ไว้สักขวด

> ดูสินค้าไวน์ Château d’Armailhac เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย

2.5 Château Clerc Milon

ไวน์แดง

Château Clerc Milon หรือไวน์แดงที่เหล่านักดื่มตัวยงรู้จักกันในชื่อว่า “ไวน์ตุ๊กตาคู่” เป็นไวน์แดงที่ผลิตภายใต้แบรนด์ Baron Philippe de Rothschild ที่ตั้งอยู่ในเมืองบอร์กโดซ์ ประเทศฝรั่งเศส ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของคุณภาพไวน์ และ Château Clerc Milon ก็เป็นไวน์ 1 ใน 5 วินยาร์ดที่ได้ระดับ Premier Cru Classé ชั้นห้า แต่ก่อนที่จะมีชื่อเสียงเหมือนในปัจจุบันนั้น Château Clerc Milon เป็นของตระกูล Clerc และก็เปลี่ยนมือเจ้าของอยู่บ่อยครั้ง จนในปีค.ศ. 1970 ก็ถูก Baron Philippe de Rothschild ซื้อกิจการอย่างถาวร หลังจากนั้นทาง Baron Philippe de Rothschild ก็ได้นำ Château Clerc Milon มาปรับปรุง และพัฒนาจนได้รสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่มีความพรีเมียม และมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกจนถึงในปัจจุบัน โดย Château Clerc Milon ผลิตมาจากองุ่นทั้งหมด 6 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ Cabernet Sauvignon, สายพันธุ์ Merlot, สายพันธุ์ Cabernet Franc, สายพันธุ์ Petit Verdot, สายพันธุ์ Verdot และสายพันธุ์ Carmenere ที่ผ่านกระบวนการเพาะปลูกแบบ Biodynamic และเก็บเกี่ยวอย่างพิถีพิถัน แล้วจึงค่อยนำมาหมักบ่มในถังโอ๊คฝรั่งเศส เป็นระยะเวลาประมาณ 14-18 เดือน เพื่อให้ได้ Château Clerc Milon ที่มีความพรีเมียมเป็นเอกลักษณ์ มีให้เลือกดื่มหลากหลายวินเทจ มีสีแดงสวยงามหลากหลายเฉด และในส่วนของรสชาติ รสสัมผัสนั้นในเกือบทุกวินเทจจะมีความหอมหวานขององุ่น ผลไม้ตระกูลเบอร์รี และผลไม้ชนิดต่างๆ อย่างชัดเจน และมีความหอมจากสมุนไพร และเครื่องเทศต่างๆ ส่วนรายละเอียดต่างๆ นั้นก็จะแตกต่างกันตามแต่ละวินเทจ เหมาะสำหรับการดื่มคู่กับอาหารที่มีส่วนประกอบหลักเป็นเนื้อวัว เนื้อแกะ หรือเนื้อสั้นในเทนเดอลอยด์ ดังนั้น ถ้าหากนักดื่มคนไหนที่ชื่นชอบการรับประทานเนื้อวัว และกำลังมองหาไวน์แดงยี่ห้อไหนดีที่เหมาะกับการดื่มคู่กับเนื้อ Château Clerc Milon ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่สามารถตอบโจทย์ได้ดี

> ดูสินค้าไวน์ Château Clerc Milon เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย

2.6 Beringer Napa Valley

ไวน์แดง

Beringer Napa Valley เป็นไวน์แดงที่ถูกผลิตขึ้นที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และผลิตภายใต้แบรนด์ Beringer ที่ก่อตั้งโดย Jacob และ Frederick Beringer เป็นพี่น้องสัญชาติเยอรมัน ในปีค.ศ. 1876 ที่มีความมุ่งมั่นว่าอยากจะผลิตไวน์แดงที่มีคุณภาพดีสมกับราคาที่นักดื่มจ่ายเงินซื้อ โดย Beringer Napa Valley นั้นผ่านกระบวนการผลิตที่มีความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน และเอกลักษณ์ของแบรนด์ Beringer นั้นจะการหมักบ่มไวน์ในชั้นใต้ดิน ที่มีการเคลื่อนย้ายไวน์ด้วยการใช้แรงโน้มถ่วงของโลก ทำให้ไวน์ยังคงคุณภาพพรีเมียมไว้ได้เป็นอย่างดี และเป็นวิธีที่ใช้กันตั้งแต่ในช่วงเริ่มแรกของการก่อตั้งจนถึงในปัจจุบัน ซึ่ง Beringer Napa Valley นั้นผลิตมาจากองุ่นสายพันธุ์ Cabernet Sauvignon เกือบ 100% และจึงค่อยนำองุ่นสายพันธุ์อื่นๆ มาเบลนด์เข้าด้วยกัน เพื่อให้ Beringer Napa Valley มีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่มีความหอมหวาน และเข้มข้นมากยิ่งขึ้น รวมถึงทำให้ Beringer Napa Valley มีสีแดงสวยงามคล้ายกับสีทับทิม มีระดับของปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ 14% และมีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่เปิดมาด้วยความหอมหวานจากผลไม้ตระกูลเบอร์รี และผลไม้สุก ตามมาด้วยรสของดาร์กช็อคโกแลต วานิลลา และโอ๊ค ปิดท้ายด้วยเฮเซลนัท วอลนัท และอัลมอนด์ ทำให้มีความนุ่ม ลึก และละมุนอย่างครบเครื่อง เหมาะสำหรับการดื่มคู่กับอาหารที่มีส่วนประกอบหลักของเนื้อวัว เนื้อหมู หรือชีสต่างๆ ดังนั้น นักดื่มคนไหนที่กำลังมองหาไวน์แดงยี่ห้อไหนดีที่เหมาะกับการดื่มในงานปาร์ตี้ หรือเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสต่างๆ ต้องห้ามพลาดที่ซื้อ Beringer Napa Valley ติดไว้สักขวด

> ดูสินค้าไวน์ Beringer Napa Valley เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย

2.7 Robert Mondavi Bourbon

ไวน์แดง

Robert Mondavi Bourbon  เป็นไวน์แดงจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และผลิตภายใต้แบรนด์ Robert Mondavi ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของคุณภาพ และความพรีเมียมของเครื่องดื่มทุกขวด โดยเฉพาะ Robert Mondavi Bourbon ที่มีผลิตมาจากองุ่นสายพันธุ์ Cabernet Sauvignon เพียงสายพันธุ์เดียว และมีความพิเศษตรงที่ผ่านการหมักบ่มในถังโอ๊คเบอร์เบิ้น ที่มีการหมักทั้งในถังโอ๊คเก่า และถังโอ๊คใหม่ ก่อนที่จะนำมาเบลนด์เข้าด้วยกัน ทำให้ Robert Mondavi Bourbon มีกลิ่นอายของเบอร์เบิ้นค่อนข้างชัดเจน มีสีแดงเข้มคล้ายสีทับทิม มีระดับของปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ 14.50% และมีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่เปิดมาด้วยความหอมหวานจากแบล็คเบอร์รี วานิลลา และคาราเมล ตามมาด้วยความหอมละมุนจากช็อคโกแลต กาแฟ และนม ปิดท้ายความหอมแบบเข้มข้นจากน้ำตาลไหม ไม้โอ๊ค และควันไหม้ ทำให้ Robert Mondavi Bourbon นั้นมีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่ค่อนข้างเข้มข้นกว่าไวน์แดงตัวอื่นๆ เป็นอย่างมาก เหมาะสำหรับการดื่มคู่กับอาหารที่มีส่วนประกอบหลักเป็นเนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อสัตว์แปรรูประเภทหมัก เช่น แฮม เบคอน รวมถึงอาหารที่มีส่วนประกอบของชีสเนื้อแข็ง และเมนูพาสต้า ดังนั้น ถ้าหากนักดื่มคนไหนกำลังเลือกซื้อไวน์แดงยี่ห้อไหนดีที่มีความเข้มข้น เหมาะแก่การนำไปดื่มเนื่องในโอกาสพิเศษ Robert Mondavi Bourbon ก็เป็นอีกไวน์แดงที่เหมาะสมเป็นอย่างมาก

> ดูสินค้าไวน์ Robert Mondavi เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย

2.8 Robert Mondavi Oakville

ไวน์แดง

Robert Mondavi Oakville เป็นไวน์แดงที่ผลิตขึ้นในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นไวน์แดงยอดนิยมที่ผลิตภายใต้แบรนด์ชื่อดังระดับโลกอย่าง Robert Mondavi โดยที่มาของชื่อ Robert Mondavi Oakville นั้นมาจากสายพันธุ์องุ่นที่นำมาผลิตที่จะต้องทำการเพาะปลูก และเก็บเกี่ยวมาจากไร่ Oakville เท่านั้น โดย Robert Mondavi Oakville ผลิตมาจากองุ่นสายพันธุ์ Cabernet Sauvignon เพียงสายพันธุ์เดียว ที่ผ่านการเพาะปลูก และเก็บเกี่ยวที่มีความพิถีพิถัน พร้อมกับผ่านกระบวนการผลิตที่มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาปรับใช้การผลิตแบบดั้งเดิม ด้วยการนำผลองุ่นที่มีคุณสมบัติเหมาะสมต่อการผลิต Robert Mondavi Oakville นั้นหมักบ่มลงในถังไม้โอ๊คฝรั่งเศส และใช้ระยะเวลาในการหมักบ่มนานถึง 16 เดือน เพื่อให้ Robert Mondavi Oakville ที่มีสีแดงเข้มเหมือนสีทับทิม มีระดับของปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ 13-15% และมีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่มีความหอมหวานของผลไม้สีดำ เช่น องุ่น แบล็คเบอร์รี และลูกพลัม ตามมาด้วยความหอมละมุนจากช็อคโกแลต วานิลลา และลูกจันทน์ ปิดท้ายด้วยความสดชื่นจากมิ้นต์ และยาสูบ ทำให้ Robert Mondavi Oakville มีรายละเอียดที่ซับซ้อน เหมาะสำหรับการดื่มคู่กับอาหารที่มีส่วนประกอบหลักเป็นเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อแกะ เนื้อไก่ หรือเนื้อปลา รวมถึงชีสเนื้อแข็ง เช่น เชดด้าชีส พาร์เมซานชีส หรือเอ็มเมินทาลชีส เป็นต้น และยังเหมาะกับการดื่มในทุกโอกาสอีกด้วย ดังนั้น ถ้าหากนักดื่มคนไหนที่ชื่นชอบไวน์แดงที่มีความเข้มข้น และมีความครบเครื่อง แต่ไม่รู้จะเลือกซื้อไวน์แดงยี่ห้อไหนดี ต้องห้ามพลาดที่จะซื้อ Robert Mondavi Oakville ไปลิ้มลองให้ได้สักครั้ง

> ดูสินค้าไวน์ Robert Mondavi Oakville เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย

2.9 Beringer Knight Valley

ไวน์แดง

Beringer Knight Valley  เป็นไวน์แดงที่ผลิตขึ้นภายใต้แบรนด์ Beringer ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของคุณภาพไวน์ที่มีความสมเหตุสมผลกับราคา ที่ตั้งอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยที่มาของชื่อ Beringer Knight Valley นั้นมาจากแหล่งเพาะปลูกสายพันธุ์องุ่นต่างๆ ที่นำมาผลิตเป็น Beringer Knight Valley นั่นก็คือ Knight Valley ที่เป็นอีกแหล่งเพาะปลูกที่ขึ้นชื่อว่าองุ่นมีคุณภาพ โดย Beringer Knight Valley ผลิตมาจากองุ่นทั้งหมด 5 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ Cabernet Sauvignon, สายพันธุ์ Merlot, สายพันธุ์ Caberneet Franc, สายพันธุ์ Malbec และสายพันธุ์ Petit Verdot แต่จะเน้นอัตราส่วนของสายพันธุ์ Cabernet Sauvignon เป็นหลัก และผ่านกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถันด้วยการหมักบ่มแบบ Malolactic Fermentation ในถังโอ๊คพิเศษของ Beringer เป็นระยะเวลานานถึง 15 เดือน และในบางวินเทจก็อาจจะหมักบ่มนานกว่า 15 เดือน ขึ้นอยู่กับการออกแบบไวน์ และรุ่นของไวน์ในแต่ละปี และด้วยการหมักบ่มแบบ Malolactic Fermentation สามารถช่วยลดรสสัมผัสที่มีความกระด้างจากกรดมาลิกในไวน์ให้กลายเป็นกรดแลคติก จนได้ Beringer Knight Valley ที่มีสีแดงสวยงาม มีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ที่มีความหอมหวานจากผลไม้ตระกูลเบอร์รีสีดำ เช่น แบล็คเบอร์รี แบล็คเชอร์รี แบล็คเคอแรนท์ และบลูเบอร์รี ตามมาด้วยความหอมจากเมเปิ้ล ช็อคโกแลต มอคค่า และลูกเกด ปิดท้ายด้วยมะกอกดำ และเครื่องเทศต่างๆ ที่ผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เหมาะสำหรับการดื่มคู่กับอาหารประเภทสเต็ก ปิ้งย่าง รมควัน หรือบาร์บีคิว ดังนั้น ถ้าหากนักดื่มคนไหนมีแพลนกำลังจะปาร์ตี้ หรือกำลังจะมีมื้ออาหารเป็นสเต็กสุดหรู และกำลังมองหาว่าควรเลือกซื้อไวน์แดงยี่ห้อไหนดี Beringer Knight Valley เป็นอีกไวน์แดงที่จะเข้ากับอาหารดังกล่าวได้อย่างลงตัว

> ดูสินค้าไวน์ Beringer Knight Valley เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย

2.10 Penfold Bin389

ไวน์แดง

Penfold Bin389 เป็นไวน์แดงที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนักดื่มทั่วโลก หรือที่นักดื่มหลายๆ คนรู้จักกันในชื่อของ Baby Grange และถูกผลิตขึ้นที่ประเทศออสเตรเลีย ภายใต้แบรนด์ Penfold ที่มี Max Schubert เป็นผู้บุกเบิกที่ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักกันในระดับโลกในปีค.ศ. 1950 โดย Penfold Bin38 ผลิตจากองุ่นทั้งหมด 2 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ Cabernet Sauvignon และสายพันธุ์ Shiraz ที่ผ่านการหมักบ่มลงในโอ๊คบาร์เรลถังเดียวกันต่อจากการหมักบ่มของไวน์รุ่น Grange ที่เป็นที่มาของชื่อ Baby Grange และใช้ระยะเวลาในการหมักบ่มมากกว่า 12 เดือน พร้อมกับผ่านการเบลนด์ที่เป็นเทคนิคเฉพาะของ Penfold ทำให้ Penfold Bin389 มีสีแดงสวยคล้ายกับสีเลือดหมู มีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่มีความหอมหวานที่มาจากแบล็คเชอร์รี มัลเบอร์รี ลูกพลัม และผลไม้สุดชนิดต่างๆ ตามมาด้วยความหอมของคัสตาร์ด มะพร้าว และเค้กสับปะรดกล้วย ปิดท้ายด้วยช็อคโกแลต มอคค่า ไม้โอ๊ค และเครื่องเทศต่างๆ ที่ผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เหมาะสำหรับการดื่มคู่กับอาหารที่มีส่วนประกอบของเนื้อสัตว์เป็นหลัก เช่น เนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อไก่ หรือเนื้อเป็ด เป็นต้น ดังนั้น ถ้าหากนักดื่มคนไหนอยากลิ้มลองไวน์แดงที่มีความแปลกใหม่ แต่ไม่รู้จะลองไวน์แดงยี่ห้อไหนดี Penfold Bin389 เป็นไวน์แดงอีกตัวที่ไม่เหมือนใคร เข้มข้น ซับซ้อน ที่นักดื่มสามารถดื่มได้แบบไม่มีเบื่ออย่างแน่นอน

>> ดูสินค้าไวน์ Penfold Bin389  เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย